วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แผนภูมิ

แผนภูมิ
           แผนภูมิเป็นทัศนวัสดุที่แสดงความสัมพันธ์ของเรื่องราวต่างๆ   โดยอาศัยเส้น ของตัวอักษร
และภาพลายเส้น หรือภาพโครงร่าง เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจในเรื่องราว
ประเภทของแผนภูม

          แผนภูมิแบ่งออกเป็น 9 ชนิด แต่ละชนิดมีรูปแบบ และโครงสร้างที่แตกต่างกัน มีประโยชน์ต่อ
การใช้สอยแตกต่างกันได้แก่แผนภูมิตาราง (Tabular Charts) ใช้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเวลา กับเหตุการณ์ เช่น ตารางเรียน ตารางเวลารถไฟเข้าออก เป็นต้น 

  • แผนภูมิแบบต้นไม้(Tree Charts)
    ลักษณะของแผนภูมิแบบนี้ จะเหมือนกับการแตกแขนงของกิ่งก้านของต้นไม้ โดยยึดหลักการแตกของกิ่งก้านเป็นหลัก หรือแนวเส้นของแผนภูมิ โดยจะแสดงให้เห็นว่า สิ่งหนึ่งสามารถจำแนกออกเป็นส่วนย่อยได้อีกหลายส่วน เปรียบเสมือนต้นไม้ที่แตกกิ่งออกไป เช่น การคมนาคมมี 3 ทางคือทางบก ทางน้ำ ทางอากาศเป็นต้น






  • แผนภูมิแบบสายธารา( Stream Charts)ลักษณะของแผนภูมิแบบนี้ จะเปรียบเหมือนกับการรวมตัวของลำธารน้ำกลายเป็นลำคลอง และแม่น้ำที่กว้างใหญ่ขึ้น โดยจะแสดงให้เห็นว่าสิ่งหนึ่งเกิดจากหลายสิ่งรวมกัน ซึ่งจะตรงกันข้ามกับแผนภูมิแบบต้นไม้ เช่น คอมพิวเตอรเกิดจากอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ชิพ เมนบอร์ด จอภาพ ขนมปังเกิดจาก แป้ง ยีสต์ น้ำตาล เป็นต้น




  • แผนภูมิแบบเปรียบเทียบ( Comparison Charts)
    เป็นแผนภูมิที่ใช้แสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างสิ่งของสองสิ่งทางด้านรูปร่าง ลักษณะ ขนาด แนวความคิด ของสิ่งต่างๆ เช่น การเปรียบเทียบการแต่งกายในสมัยต่างๆ พืชใบเลี้ยงเดี่ยวกับใบเลี้ยงคู่   เป็นต้น

ตัวอย่างแผนภูมิแบบเปรียบเทียบ
อเมริกันฟุตบอล เป็นกีฬา ที่นิยมเล่นกัน ในประเทศ แถบทวีปอเมริกา ผู้เล่น ต้องมีการ ปะทะกัน ในการเล่น ดังนั้น ชุดของผู้เล่น ต้องมีอุปกรณ์ ป้องกัน อันตราย


  • แผนภูมิแบบองค์การ( Organization Charts)
    เป็นแผนภูมิที่ใช้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ ของสายงานในหน่วยงานหรือองค์การ นิยมใช้เส้นโยงความสัมพันธ์ ของหน่วยงานย่อย ที่เกี่ยวข้องกันโดยตรงและใช้เส้นประ หรือเส้นจุดไข่ปลา แสดง ความสัมพันธ์ของหน่วยงานย่อยที่ เกี่ยวข้องกันโดยอ้อม เช่น แผนภูมิแสดงสายงานการบริหารโรงเรียน เป็นต้น
  • ภูมิแบบต่อเนื่อง( Flow Charts)
    ใช้แสดงเรื่องราว กิจกรรม การทำงานเป็นขั้นตอนตามลำดับต่อเนื่อง ตลอดจนการแสดง วงจรชีวิตที่เป็นลำดับต่อเนื่อง เช่น วงจรชีวิตของผีเสื้อ




  • แผนภูมิแบบวิวัฒนาการ( Developmental Charts)
    สดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ ต่อเนื่องกันเป็นลำดับ แต่ไม่ย้อนกลับมาที่จุดเริ่มต้นอีก




  • แผนภูมิขยายส่วน ( Enlarging Chartsz)
    เป็นแผนภูมิที่มุ่งแสดงให้เห็นลายละเอียดของส่วนเล็กๆ   ขยายให้ใหญ่ขึ้นเน้นส่วนที่ต้องการ ให้เห็นชัดเจนขึ้น โดยขยายเฉพาะบางส่วน เท่านั้น

ตัวอย่างแผนภูมิแบบขยายส่วน
แผงวงจรอิเล็กทรอนิคส์ แสดงให้เห็นส่วนขยายของ ไอซึ

  • ลักษณะของแผนภูมิที่ดี
  • เป็นแบบง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อนหรือยุ่งยาก
  • แสดงแนวความคิดเพียงแนวคิดเดียว
  • เนื้อหาถูกต้อง ทันสมัย ตรงกับวัตถุประสงค์
  • สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เรียน สร้างความประทับใจ
  • มีขนาดใหญ่พอเหมาะกับกลุ่มผู้เรียน
  • ใช้สีเรียบๆ เพียง 2-3 สี หรือใช้เพื่อเน้นความสนใจ
  • ตัวอักษรที่ใช้ควรเป็นแบบที่อ่านง่าย ประณีตบรรจงและควรเป็นแบบเดียวกัน
  •  นอกจากต้องการเน้น
  • ชื่อเรื่องและเนื้อหาควรสอดคล้องกับภาพและใช้ตัวอักษรที่โตกว่าคำบรรยาย
  • คำบรรยายควรใช้ข้อความสั้นๆ กะทัดรัด
  • สัญลักษณ์หรือรูปภาพควรเป็นแบบง่ายๆ ไม่แสดงรายละเอียดมากนัก
  • ประโยชน์ของแผนภูมิต่อการเรียนการสอน
    ใช้นำเข้าสู่บทเรียน จะช่วยกระตุ้นหรือ เป็นสิ่งเร้าให้ผู้เรียนมุ่งความสนใจ มาสู่เนื้อหา ที่กำลังจะเริ่มต้นใช้ ประกอบการอธิบาย แผนภูมิช่วยให้รายละเอียดของเนื้อหา ได้ชัดเจนกว่าคำอธิบาย ที่เป็นนามธรรมให้มี ความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากค้นคว้าหาความรู้ เพิ่มเติม ใช้คู่กับสื่อการสอนประเภทอื่นๆ อาจเป็นในรูปแบบของสื่อประสม ใช้สรุปหรือทบทวนบทเรียน ช่วยให้เกิดความคิดรวบยอดแก่ผู้เรียน
  • การใช้แผนภูมิประกอบการเรียนการสอน
    มีข้อเสนอแนะในการนำแผนภูมิมาใช้ในการเรียนการสอนที่น่าสนใจดังนี้
  • เลือกใช้แผนภูมิที่ตรงกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการสอน
  • เตรียมห้องเรียน และเตรียมผู้เรียนโดยให้ศึกษาเนื้อหาล่วงหน้า
  • เสนอแผนภูมิอย่างช้าๆ อธิบายให้ละเอียดและชัดเจน
  • ควรใช้ไม้ชี้ประกอบการอธิบาย
  • ใช้สื่อการสอนอื่นประกอบการใช้แผนภูมิด้วย
  • ควรให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการหาข้อมูลหรือจัดทำแผนภูมิ
  • หลังสิ้นสุดการสอนควรทดสอบความเข้าใจ และติดแผนภูมิไว้ในห้องเรียนสักระยะหนึ่ง
  • ส่งเสริมให้นักเรียนทำกิจกรรมประกอบเพิ่มเติม เพื่อเป็นการย้ำเน้นของ
  • แผนภูมิและยังช่วยให้การสรุปบทเรียนมีคุณค่ายิ่งขึ้น


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น